กลับไปที่รายการ โพสต์ใหม่

การเข้าพระนิพพานในวิธีที่ง่ายและลัดตรงที่สุด โดยหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

***การเข้าพระนิพพาน*** ในวิธีที่ง่ายที่สุด ลัดตัดตรงที่สุด โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน

1xR2.jpg
2012-2-19 05:49


สำหรับการที่จะเข้าพระนิพพานนั้น...
จิตจะต้องถูกฝึกมาแล้วเป็นอย่างดี ซึ่งก็แยกย่อยออกไปได้หลายวิธี...
แต่วิธีที่ง่ายที่สุด ลัดตัดตรงที่สุด คือ...

1. ไม่สงสัย เชื่อมั่น และเคารพ
พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งสูงสุด (สุดจิตสุดใจ) ตลอดชีวิต
... ซึ่งความเชื่อนี้ รวมไปถึงพระธรรมคำสอนในข้อที่ว่า...
นิพพานัง ปรมัง สุขัง...
*พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง*
นิพพานัง ปรมัง สูญญัง...
พระนิพพานเป็นที่ที่สูญจากกิเลส จากอวิชชาทั้งมวล
จากพระธรรมทั้ง ๒ ประโยคนี้...
ทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่า พระนิพพานเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง
ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านประทับอยู่จริง...
เมื่อเราเชื่อมั่นอย่างสุดจิตสุดใจว่า พระนิพพานมีจริง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระองค์อยู่จริง...
การที่เราจะได้มโนมยิทธิหรือไม่นั้น... ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด...

สิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ความเชื่อมั่น...
เชื่อมั่นว่าพระนิพพานมีอยู่จริง...
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านมีอยู่จริง...
พระองค์ทรงเป็นผู้ที่ประทับอยู่บนพระนิพพานจริง...
เมื่อเชื่อมั่นในสิ่งเหล่านี้แล้ว...
ให้ลงมือปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนที่พระองค์ท่านทรงชี้แนะเอาไว้...
สิ่งนั้นคือ ขั้นตอนต่างๆ ที่ลัดที่สุด เร็วที่สุด ตัดตรงที่สุด ซึ่งมีดังนี้...


2. มีศีล 5
(เป็นอย่างน้อย)

1xR23.jpg
2012-2-19 05:49


3. ทุกครั้งที่ทำความดี
(ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด หรือยิ่งใหญ่เพียงไหนก็ตาม)
ให้อธิษฐานขอไปพระนิพพาน
ว่า...ด้วยกุศลผลบุญนี้ ขอจงเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าเข้าสู่พระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด
... ภพภูมิอื่นใด ไม่ว่าจะเป็น อบายภูมิ โลกมนุษย์ สวรรค์ พรหม หรืออรูปพรหมก็ตาม ข้าพเจ้าไม่ปรารถนา...ข้าพเจ้าปรารถนาเพียงพระนิพพานเป็นที่สุด..ตายเมื่อไหร่ขอไปพระนิพพานเมื่อนั้น..


4. พิจารณานึกถึงความตายอยู่เสมอ
พร้อมกับพิจารณาให้เห็นว่าสังขารร่างกายนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของๆ เรา
เราไม่มีในสังขารร่างกายนี้ สังขารร่างกายนี้ไม่มีในเรา...
นึกน้อมพิจารณาจนจิตยอมรับสภาพตามความเป็นจริง... และมีการปล่อยวางในสังขารร่างกายนี้



5. พิจารณาตัดขันธ์ 5
และพิจารณาถึงความทุกข์ ความไม่เที่ยงของสรรพสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ...
เมื่อทุกข์ขนาดนี้แล้ว มีแต่โรคภัยไข้เจ็บแบบนี้
ต้องกระทบกระทั่งกับสิ่งที่ไม่ชอบใจ ไม่พอใจทั้งหลาย
ต้องพลัดพรากจากคนที่เรารักและคนที่รักเรา... สิ่งเหล่านี้มันทุกข์ใช่ไหม...
เมื่อทุกข์ขนาดนี้แล้วเรายังอยากที่จะเวียนว่ายตายเกิดอีกหรือไม่


6. เมื่อพบความจริงของชีวิตแล้ว... ต่อมา
ให้จิตเชื่อมั่น และ
จับภาพพระพุทธเจ้า หรือ ภาพพระพุทธรูป
ที่เราร้กชอบ

1xR24.jpg
2012-2-19 05:50



ที่พระนิพพานซึ่งเป็นที่ประทับแห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นที่สุด...
(ไม่ว่าเราจะได้มโนมยิทธิหรือไม่ก็ตาม)
... หมั่นทำความดี ละเว้นความชั่ว และอธิษฐานให้บ่อยๆ ทำจนจิตชิน
จนเขาภาวนาของเขาเองได้ยิ่งดี ว่า...
สังขารร่างกายนี้เป็นทุกข์ เป็นรังของโรค มีแต่ความสกปรกโสโครก น่าเบื่อหน่าย
... ถ้าข้าพเจ้าตายลงเมื่อไหร่
ขอให้ดวงจิตของข้าพเจ้าพุ่งตรงสู่พระนิพพานเป็นที่สุดด้วยเถิด
และขอให้ข้าพเจ้าได้พบองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าบนพระนิพพานนั้นโดยทันทีด้วยเถิด

525.JPG
2012-2-19 05:50


ข้อสำคัญของการเข้าพระนิพพาน
คือ จิตจะต้องเกิดอาการเบื่อหน่ายในร่างกาย {ขันธ์5}
อย่างจริงๆ จัง...
ดังนั้น
ต้องมีการพิจารณาตัดขันธ์ 5
พิจารณาถึงความตาย ความทุกข์ทั้งหลาย อยู่เสมอๆ
... พิจารณาบ่อยๆ วันละหลายๆ ครั้งได้ก็จะดีมาก...

แต่เมื่อพิจารณามากเข้าๆ จิตอาจจะเบื่อจนนึกอยากจะฆ่าตัวตาย
ดังนั้นเราจึงต้องพิจารณาสมทบเข้าไปว่า...
ถึงสังขารร่างกายนี้เป็นทุกข์ น่าเบื่อหน่าย...
แต่ข้าพเจ้าจะยังคงรักษาธาตุขันธ์นี้ต่อไป เพื่อยังประโยชน์ต่อสรรพชีวิตอื่น
และธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา
ตราบจนกว่าจะถึงอายุขัยของข้าพเจ้าเอง
เสร็จแล้วพยายามพิจารณาทุกสิ่งให้เป็น
"ธรรมดา"
ยอมรับสภาพของชีวิตตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น...
เมื่อใกล้ตายจิตจะมารวมตัวกันเองโดยไม่ต้องบังคับ...
เพราะจิตมีความชินกับการที่จิตเราจับอยู่ที่พระพุทธองค์ และพระนิพพานเสมอ...

ให้เชื่อมั่นว่า...
ตายเมื่อไหร่เราขึ้นพระนิพพานแน่นอน...

กลับไปที่รายการ